ตะไคร่น้ำ/สาหร่ายไฟ จัดการอย่างไร? ไม่ให้กระทบข้าว
เคยสังเกตไหมว่าในแปลงนามีตะไคร่น้ำขึ้นเต็มผิวน้ำ? ถึงแม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก แต่หากมีปริมาณมากเกินไป อาจรบกวนการเจริญเติบโตของข้าวได้ แล้วควรจัดการอย่างไรไม่ให้กระทบข้าว? สามารถอ่านเพิ่มเติม เพื่อดูวิธีการป้องกัน และควบคุมได้ที่บทความด้านล่างเลย
“ตะไคร่น้ำ” คืออะไร?
“ตะไคร่น้ำ” หรือสาหร่ายไฟ คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เจริญเติบโตในน้ำ โดยใช้แสงแดดและธาตุอาหารในการสร้างอาหาร มักพบในนาข้าวที่มีน้ำขัง และได้รับแสงเพียงพอ หากมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และรวมตัวเป็นกลุ่มหรือแผ่นสีเขียวปกคลุมผิวน้ำ
สาเหตุการเกิดตะไคร่น้ำ
- มีน้ำขังต่อเนื่อง หรือการระบายน้ำไม่ดี
- มีแสงแดดเพียงพอ
- มีธาตุอาหารในน้ำหรือดินสูง โดยเฉพาะไนโตรเจน และฟอสฟอรัส
- สภาพอากาศเหมาะสมต่อการเจริญของสาหร่าย
- เมื่อเจริญมากขึ้น อาจรวมตัวเป็นผืน หรือเป็นกลุ่ม สีเขียว ปกคลุมผิวน้ำ และขยายพื้นที่ไปตามกระแสน้ำ
ผลกระทบต่อข้าว
- รบกวนต้นข้าวระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะบริเวณที่ สาหร่ายสะสมรอบต้น
- บดบังแสงบริเวณผิวน้ำ ทำให้สภาพแวดล้อม รอบต้นข้าวเปลี่ยนไป
- รบกวนการไหลและการจัดการน้ำ หากเกิดเป็น แผ่นหนาแน่น
- การเจริญและการสลายตัวของสาหร่ายจำนวนมาก อาจทำให้คุณภาพน้ำ และปริมาณออกซิเจนในน้ำเปลี่ยนแปลง
- หากเกิดมากในช่วงต้นข้าวยังเล็ก อาจทำให้ ต้นข้าวตั้งตัวและเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
การป้องกันและควบคุม
ตะไคร่น้ำสามารถป้องกันและควบคุมได้ หากมีการจัดการแปลงนาอย่างเหมาะสม ทั้งการจัดการน้ำ การลดปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต และการใช้วิธีควบคุมที่เหมาะสม เช่น การใช้แหนแดง เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของตะไคร่น้ำและลดผลกระทบต่อต้นข้าว
1. การจัดการน้ำให้เหมาะสม
เมื่อพบการสะสมของตะไคร่น้ำหรือสาหร่าย ควรระบายน้ำออกจากแปลงเป็นระยะ เพื่อให้ผิวดิน และตะไคร่น้ำแห้งลง ซึ่งช่วยลดการเจริญเติบโตและการเพิ่มจำนวนของสาหร่าย
2. ใช้ปุ๋ยอย่างพอดี
ใส่ปุ๋ยตามความต้องการของข้าว และสภาพดิน หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจน หรือฟอสฟอรัสมากเกินไป เพราะธาตุอาหารส่วนเกิน สามารถส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของสาหร่ายได้
3. การใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเพื่อช่วยปรับสภาพน้ำ
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงบางกลุ่ม สามารถใช้สารประกอบกำมะถัน และสารอินทรีย์ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำได้ จึงมีการนำมาใช้เพื่อช่วยลดกลิ่น หรือก๊าซไข่เน่าในระบบน้ำ (ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับจุลินทรีย์ สภาพแวดล้อม และวิธีการใช้)
4. เฝ้าระวังปัญหาร่วมในแปลงนา
หากเกิดขึ้นพร้อมกับปัญหาอื่น เช่น ดินเค็ม น้ำเค็ม หรือภาวะเหล็กเป็นพิษ ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของข้าวอาจรุนแรงขึ้น เนื่องจากพืชต้องเผชิญกับความเครียดหลายปัจจัย จึงควรตรวจสอบสภาพดินและน้ำร่วมด้วย
5. การใช้สารเคมีควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่
หากจำเป็นอาจใช้สาร เช่น ไทโอเบนคาร์บ หรือออกซาไดอะซอน ตามฉลากและคำแนะนำ ส่วนสารกลุ่มคอปเปอร์ เช่น คอปเปอร์ซัลเฟต ควรใช้อย่างระมัดระวัง (อาจกระทบสิ่งมีชีวิตในน้ำได้)
ที่มาข้อมูล : สำนักงานวิจัยเเละพัฒนาข้าว กรมข้าว, 2550
“การพบตะไคร่น้ำไม่ได้หมายความว่าจะต้องกำจัดทันที ควรประเมิน ปริมาณ การกระจายตัว อายุข้าว และผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ก่อนเลือกวิธีจัดการ เพื่อให้ควบคุมได้อย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศในนาข้าว”