สถานีวิจัยรวมใจ พัฒนาความรู้

ปุ๋ยเคมี VS ปุ๋ยอินทรีย์ แตกต่างกันอย่างไร ?

ปุ๋ยเคมี VS ปุ๋ยอินทรีย์ แตกต่างกันอย่างไร ? การทำเกษตรในประเทศไทย มีทั้งการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ หรือใช้แบบผสมผสานปุ๋ยทั้ง 2 ชนิดร่วมกัน เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยปุ๋ยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เกษตรกรจึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดพืช สภาพดิน และความต้องการของตนเอง ในบทความนี้จะพูดให้เห็นชัดว่า "ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์ต่างกันอย่างไร" ปุ๋ยอินทรีย์กับปุ๋ยเคมีต่างกันอย่างไร ปุ๋ยเคมี ส่งผลต่อพืช: ให้ธาตุอาหารเเก่พืชได้รวดเร็ว สามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชในระยะที่สำคัญ และสามารถเพิ่มผลผลิตพืชได้ดี ส่งผลต่อดิน: หากใช้ในปริมาณมากและติดต่อการเป็นเวลานาน ไม่มีการพักดินหรือปรับปรุงโครงสร้างดิน จะทำให้ดินเสื่อมสภาพเเละเป็นกรด ส่งผลให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินลดลง ข้อควรระวัง: ไม่ควรใส่ในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็น ควรใส่ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรตามค่าการวิเคราะห์ดิน ราคา: สูง การใส่ปุ๋ยเคมีในระยะข้าวแตกกอ ปุ๋ยอินทรีย์ ส่งผลต่อพืช: ให้ธาตุอาหารแก่พืชอย่างช้า

การเตรียมดินสำหรับนาดำ

การเตรียมดินสำหรับ "นาดำ" ก่อนการปลูกข้าวทุกครั้งเกษตรกรจะต้องทำการเตรียมดินก่อนปลูกในทุกรอบการปลูก เนื่องจากพื้นที่ปลูกและดินมีความสำคัญต่อการผลิตข้าวให้ประสบความสำเร็จ การเตรียมดินที่ดีควรทำให้พื้นที่ราบเรียบ สม่ำเสมอ ไม่เป็นแอ่งน้ำ เพื่อให้ต้นข้าวได้รับน้ำทั่วถึง ลดการระบาดของวัชพืช โรค เเมลงศัตรูพืช และเพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอกัน  การเตรียมดินสำหรับนาข้าว ขั้นตอนการเตรียมดินสำหรับ "นาดำ""การทำนาดำ" คือการปลูกข้าวโดยการเพาะข้าวจากแปลงเพาะกล้ามาปักดำในแปลงปลูก ซึ่งต้องเตรียมพื้นที่ให้เป็นนาโคลนตม ซึ่งการทำนาดำเหมาะสำหรับในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง สามารถกักเก็บน้ำได้ดี  โดยขั้นตอนการเตรียมดินมีทั้งหมด 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ (ข้อมูลจาก : มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ) 2. การไถดะเป็นการไถพลิกหน้าดินครั้งแรก ไถตามแนวยาวของพื้นที่ ช่วยพลิกดินชั้นล่างขึ้นมาสัมผัสอากาศ และเป็นการตากดินให้แห้ง เพื่อทำลายวัชพืชและโรคพืช ควรตากดินไว้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ การไถดะ

ทำความรู้จักกับข้าว RJ สายพันธุ์ใหม่

ทำความรู้จัก “ข้าว RJ สายพันธุ์ใหม่”       บริษัท รวมใจพัฒนาความรู้ จำกัด ได้พัฒนาข้าว RJ สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรที่อยากเพิ่มผลผลิต โดยเปิดรับสมัครเกษตรกรทดลองปลูก ตั้งแต่วันนี้ - 8 เมษายน 2569 รับจำกัดเพียง 200 ไร่ (ไม่เกิน 20 ไร่/ราย) โดยจะเริ่มปลูกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นี้!!!! ข้าว RJ สายพันธุ์ใหม่ ข้าว RJ สายพันธุ์ใหม่ลักษณะประจำพันธุ์ ข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ไม่ไวแสง

อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของข้าว

อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของข้าว        อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของข้าวในทุกช่วง ตั้งแต่เริ่มงอกไปจนถึงเก็บเกี่ยว หากอุณหภูมิอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้ข้าวแข็งแรงและให้ผลผลิตสูง โดยทั่วไปข้าวจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิประมาณ 20–35 องศาเซลเซียส ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละระยะของข้าว   อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของข้าว อุณหภูมิที่เหมาะสมในแต่ละระยะข้าว1. ระยะงอก    เป็นระยะที่ข้าวอ่อนแอมากอยู่ระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียส เมล็ดข้าวจะงอกน้อยผิดปกติหากมีอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 45 องศาเซลเซียส2. ระยะกล้าและการแตกกอ        อยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส ต้นกล้าจะชะงักการแตกกอหากอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส3. ระยะออกรวงและดอกบาน 

พลังธรรมชาติจาก “ข้าวกล้อง 3 สี”

พลังธรรมชาติจาก “ข้าวกล้อง 3 สี”       ข้าวกล้อง คือ ข้าวที่ผ่านการกะเทาะเปลือกหุ้มเมล็ดออกแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการขัดสีหรือผ่านการขัดสีน้อย ทำให้ยังคงมีเยื่อหุ้มเมล็ดและจมูกข้าวอยู่ จึงมีใยอาหารสูง (Fiber) ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ทำให้ข้าวกล้องนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าข้าวขาวขัดสีปกติ ประโยชน์และสารสำคัญใน ข้าวกล้อง 3 สี สารสำคัญและประโยชน์ของ ข้าวกล้อง1. ข้าวสีม่วง/ดำ        อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรัง ตัวอย่างข้าวกล้องที่มีสีม่วง/ดำ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่สารสำคัญ Anthocyanin (เช่น cyanidin-3-glucoside, peonidin-3-glucoside)

เตรียมพบกับ “ข้าวสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่” เร็ว ๆ นี้

เร็ว ๆ นี้เตรียมพบกับ “ข้าวสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่”        ข้าวสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ (RJ New) ที่ถูกพัฒนาโดยสถานีวิจัยรวมใจพัฒนาความรู้กำลังมาแล้ว หลังจากที่ทางนักวิจัยของสถานีฯ ได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนได้สายพันธุ์ RJ New ออกมา ซึ่งเป็นข้าวเจ้าพื้นนุ่ม ลักษณะกอตั้ง ลำต้นเเข็งเเรง สูงประมาณ 105 - 110 เซนติเมตร มีจำนวนรวง 20 รวง/กอ ระแง้ถี่ ส่วนผลผลิตของสายพันธุ์นี้จะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้ทุกท่านรอติดตามในตอนต่อไป แล้วพบกันเร็ว ๆ นี้นะคะแปลงทดสอบเสถียรภาพของสายพันธุ์ RJ New

เตือนการระบาดของเพลี้ยไฟข้าวในช่วงฤดูร้อน

เตือนการระบาดของเพลี้ยไฟข้าวในช่วงฤดูร้อน!!!!      เพลี้ยไฟข้าว (Stenchaetothrips biformis) เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญที่มักระบาดในสภาพอากาศร้อนและแห้ง โดยเฉพาะในระยะกล้าข้าว ลักษณะการเข้าทำลายของแมลงคือการดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณใบอ่อน ส่งผลให้ใบแสดงอาการซีดขาว ปลายใบแห้งไหม้ ใบม้วน และต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโต กรณีรุนแรงอาจทำให้ต้นข้าวแห้งตายเป็นหย่อม ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิต เตือนภัยเผ้าระวังเพลี้ยไฟข้าว เพลี้ยไฟในข้าว (Stenchaetothrips biformis) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stenchaetothrips biformis (Bagnall) วงศ์ : Thripidae รูปร่างลักษณะ : เป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก ลำตัวยาว 1-2 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีสีเหลืองอ่อน ตัวเต็มวัยจะมีสีดํา โดยจะวางไข่ที่เนื้อเยื่อใบข้าว เพลี้ยไฟมีวงจรชีวิตประมาณ 20 วัน

น้องป้อนข้าวรวมใจพาชมบรรยากาศการคัดเลือกข้าวในสถานีฯ​

น้องป้อนข้าวรวมใจพาชมบรรยากาศการคัดเลือกข้าวในสถานีฯ น้องป้อนข้าวรวมใจฯ ขอชวนทุกท่านไปชมบรรยากาศการคัดเลือกข้าวในแปลงทดลองของสถานีวิจัยรวมใจพัฒนาความรู้ ซึ่งในครั้งนี้เป็นการคัดเลือกประชากรข้าวในชั่วรุ่นที่ 5 (F5) โดยนักวิจัยแต่ละท่านจะมีเทคนิค และมุมมองในการคัดเลือกลักษณะทรงต้น ลักษณะรวงอย่างไร และขั้นตอนการคัดเลือกจะเป็นยังไง วันนี้น้องป้อนข้าวรวมใจฯ จะพาทุกคนไปชมเบื้องหลังการทำงานของนักวิจัยในสถานีฯ ตามไปดูกันเลยค่ะ บรรยากาศการคัดเลือกข้าวในสถานีฯ​

เส้นทางกว่าจะมาเป็นพันธุ์ข้าว

เส้นทางกว่าจะมาเป็นพันธุ์ข้าว        การพัฒนาพันธุ์ข้าวเป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลานานและอาศัยหลักวิชาการที่ถูกต้อง ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ การปรับปรุงพันธุ์ข้าว และการทดสอบผลผลิตในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจในเสถียรภาพ และคุณภาพก่อนส่งต่อสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เส้นทางกว่าจะมาเป็นพันธุ์ข้าว การปรับปรุงพันธุ์ข้าว      การปรับปรุงพันธุ์เป็นกระบวนการสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้บริบทของประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นและความต้องการทรัพยากรเพื่อการดำรงชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพจึงเป็นเป้าหมายหลักของการปรับปรุงพันธุ์ โดยมุ่งพัฒนาพันธุ์ให้มีผลผลิตสูง คุณภาพดี ต้านทานโรคและแมลง หรือทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหลักการและวิธีการปรับปรุงพันธุ์ มีวิธีการดังนี้ 1. วิธีการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม    การปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม เป็นวิธีการพื้นฐานที่อาศัยการผสมพันธุ์จากพันธุ์ที่มีลักษณะเด่นตามต้องการ และดำเนินการคัดเลือกต่อในหลายชั่วอายุเพื่อให้สายพันธุ์มีความบริสุทธิ์และสม่ำเสมอ นอกจากนี้การคัดเลือกพันธุ์จากประชากรในท้องถิ่นที่มีความแปรปรวนของพันธุกรรมก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่นิยมใช้ แต่วิธีการแบบนี้จะใช้ระยะเวลาที่นาน การรวบรวม (Collection) เป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่สำคัญ โดยนำพันธุ์ข้าวจากต่างถิ่นหรือจากต่างประเทศ เช่น IRRI

ข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำ

ข้าวดัชนีน้้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index : GI ) จากข้อมูลรายงานสถานการณ์โรคเบาหวานจากสหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาตปี 2567 พบว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานช่วงอายุ 20-79 ปี ประมาณ 106.9 ล้านคน โดยในประเทศไทยพบประมาณ 6.4 ล้านคน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงเรื่อยๆ โดยปัจจัยหลักของโรคคือพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีนัก ดังนั้นแพทย์จึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานควรบริโภคอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำมากกว่าอาหารชนิดอื่น ขอบคุณข้อมูลจาก International diabetes federation (IDF), 2024 ข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำ ข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำคืออะไร?       ข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำ  (Low Glycemic Index rice)  คือ ข้าวที่เมื่อกินแล้วจะย่อยช้ากว่าข้าวปกติ ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มช้าลง เนื่องจากองค์ประกอบของคาร์โบไฮเดรตข้าวชนิดนั้นทนต่อการย่อยของเอนไซม์อะไมเลสมากกว่าจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

1 2 3 5