"หอยเชอรี่ในนาข้าว" ภัยเงียบที่มากับหน้าฝน
“หอยเชอรี่” ภัยเงียบในนาข้าว!!
ถือเป็นศัตรูข้าวที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างในหน้าฝนนี้ โดยเจ้าหอยเชอรี่นี้จะมากับน้ำภายนอกที่ปล่อยเข้าแปลงนาข้าว โดยเจ้าหอยชนิดนี้ขยายพันธุ์เร็วมาก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะข้าวในระยะกล้าและแตกกอ โดยจะทำลายด้วยการกัดกินต้นและใบอ่อน จนข้าวเสียหายและเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ แล้วเราจะรับมือกับหอยเชอรี่ได้อย่างไร? มาดูวิธีป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าวในบทความด้านล่างนี้กันเลย!
วงจรชีวิตและการวางไข่
- หอยเชอรี่ : (Golden apple snail)
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pomacea canaliculata
หอยเชอรี่เป็นหอยทากน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายหอยโข่ง เปลือกสีเหลืองปนน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลปนดำ มีร่องลึกกว่าทำให้ส่วนยอดของเปลือกหอยสูงนูนขึ้น ส่วนฝาปิดเปลือกของหอยเชอรี่จะบางกว่าหอยโข่ง เมื่อหอยตัวเต็มวัยอายุประมาณ 3 เดือน จะมีความสูง 2.5 ซม.
ลักษณะการวางไข่ : หอยเชอรี่เพศเมียสามารถผสมพันธุ์กันและวางไข่ได้ตลอดทั้งปี หอยเชอรี่มักจะวางไข่ในพื้นที่แห้งเหนือระดับน้ำ โดยเฉพาะฤดูฝนจะวางไข่ได้ 10-14 ครั้งต่อเดือน ไข่มีสีชมพูเกาะติดเป็นกลุ่ม เมื่ออายุครบ 7-12 วัน จึงเริ่มฟักเป็นตัวอ่อนได้มากกว่าร้อยละ 90 และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อมีขนาด 1.6 ซม. เริ่มเข้าทำลายต้นข้าวตั้งแต่ก่อนปักดำจนถึงข้าวในระยะแตกกอ หอยเชอรี่สามารถกินได้ตลอดเวลา โดยน้ำหนักอาหารที่กินคิดเป็นร้อยละ 50 ของน้ำหนักตัวต่อวัน (ชมพูนุท และทักษิณ, 2541)
ลักษณะการเข้าทำลาย
หอยเชอรี่จะกัดทำลายต้นข้าวตั้งแต่ระยะกล้าหรือช่วงแรกของระยะปักดำ ไปจนถึงระยะแตกกอเต็มที่ โดยลักษณะการเข้าทำลายจะกัดกินลำต้นข้าวใต้ผิวน้ำที่สูงเหนือระดับโคนต้น 0.5-1 นิ้ว และกินส่วนใบที่ลอยน้ำต่อไปจนหมดต้น พบระบาดมากในนาข้าวทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำขัง หากไม่มีการป้องกันและกำจัดอย่างถูกวิธี หอยเชอรี่สามารถทำลายข้าวในพื้นที่ 1 ตารางเมตรให้เสียหายภายใน 1 คืน ซึ่งทำให้สูญเสียผลผลิตมากกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมด (International Rice Research Institute, 2018)
การป้องกันและกำจัด
ระยะเวลาที่สำคัญในการป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ คือช่วงการเตรียมแปลงและระยะหลังปลูกข้าว โดยเฉพาะ 10 วันแรกหลังจากปักดำ และช่วง 21 วันหลังจากหว่านข้าว เมื่อต้นข้าวอายุ 30-40 วัน หรือเริ่มเข้าสู่ระยะแตกกอเต็มที่ ต้นข้าวจะเจริญเติบโตพอที่หอยเชอรี่ไม่สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นการจัดการและควบคุมการทำลายของหอยเชอรี่ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีการดังนี้
1. ศัตรูธรรมชาติ
อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของหอยเชอรี่ที่อาศัยในแปลงนา โดยตัวห้ำหรือผู้ล่าของหอยเชอรี่ ได้แก่
- นกปากห่าง นกกระปูด รวมถึงหนูชนิดต่างๆ ในนาข้าว ซึ่งจะกินหอยตั้งแต่ระยะตัวอ่อนจนถึงระยะตัวเต็มวัย
- เป็ดไล่ทุ่ง ควรปล่อยให้ลงกินหอยในช่วงหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวและก่อนปลูกข้าว หรือในช่วงที่ต้นข้าวมีขนาดใหญ่พอ (เช่น ข้าวอายุ 30-45 วันหลังปักดำ หรือข้าวอยู่ในระยะแตกกอเต็มที่)
- สัตว์กินเนื้อที่อาศัยตามผิวน้ำ อาทิ ปลาหมอ หรือแมลงบางชนิด เช่น ตัวอ่อนแมลงปอ แมลงเหนี่ยง ด้วงสี่ตา ตัวเต็มวัยของมวนวน มวนกรรเชียง แมลงดานา มวนแมงป่อง และด้วงดิ่ง ตัวอ่อนของแมลงเหล่านี้จะกินลูกหอยระยะตัวอ่อนเป็นอาหาร
2. การเขตกรรม
- การเก็บตัวหอยเชอรี่และกลุ่มไข่อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยการใช้ใบพืชที่อ่อนนิ่มหรือใบมะละกอมาล่อ เพื่อให้หอยมารวมกันและเก็บทำลายได้ง่าย หรือใช้ไม้ปักตามข้างคันนา เพื่อล่อให้หอยมาไข่แล้วเก็บออกไปทำลาย
- การจัดการน้ำ หอยเชอรี่จะเคลื่อนตัวได้ยากหากระดับน้ำต่ำกว่า 2 เซนติเมตร ดังนั้นควรรักษาระดับน้ำให้ต่ำในขณะที่ต้นกล้าข้าวมีขนาดเล็ก และช่วงเตรียมดินควรทำร่องน้ำเทียมรอบแปลง เพื่อล่อให้หอยมารวมกันและเก็บทำลาย
- กั้นทางน้ำเข้าแปลง ทุกครั้งที่สูบน้ำเข้านาและบริเวณร่องน้ำเข้านา ใช้เฝือกกั้นหอยเชอรี่ขนาดใหญ่ก่อน แล้วกั้นตามอีกชั้นด้วยตาข่ายตาถี่ หมั่นเก็บหอยเชอรี่ออกเพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำเข้า
3. สารชีวภาพ
- น้ำปูนแดง มีฤทธิ์เป็นด่างและสร้างความระคายเคืองและแสบร้อนต่อผิวสัมผัสของหอยเชอรี่ โดยมักผสมร่วมกับขมิ้นชัน ข่าแก่ หรือผลมะกรูดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี
- ใบขี้เหล็ก มีสารเนื่องจากในใบขี้เหล็กมีสารกลุ่มอันทราควิโนน (Anthraquinones) และสารรสขมที่ออกฤทธิ์เป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหารและระบบประสาทของหอยเชอรี่ ทำให้พวกมันปฏิเสธอาหารและตายในที่สุด โดยนิยมนำมาทำเป็นสูตรน้ำต้มสมุนไพรในการใช้งาน
- ผลมะคำดีควาย จากการทดลองของอุรัสยาน์ และคณะ (2557) พบว่า การใช้สารสกัดจากผลเนื้อมะคำดีควายอัตรา 3 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถป้องกันกำจัดหอยเชอรี่ได้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้กากชา โดยวิธีการใช้ผลมะคำดีควายเพื่อกำจัดหอยเชอรี่ในแปลงนาข้าว ให้นำเนื้อผลมะคำดีควายแห้งแยกเมล็ดมาบดให้ละเอียด แช่น้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 90 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้ 1 คืน
3. สารเคมี
- กากชา หรือสารซาโปนิน (Saponin) เป็นสารที่ออกฤทธิ์กำจัดหอยเชอรี่ได้อย่างรวดเร็วภายใน 2-3 ชั่วโมง โดยไม่เป็นอันตรายต่อต้นข้าว และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ใช้หว่านในนาข้าวในอัตรา 3 กิโลกรัมต่อไร่
- นิโคซาไมด์ (Nicorsamide) ละลายน้ำในอัตรา 50 กรัมต่อไร่ ใส่เครื่องฉีดพ่น หรือใช้ภาชนะตักราดลงในแปลงที่พบการระบาด
- เมทัลดีไฮด์ (Metaldehyde) เป็นเหยื่อพิษสำเร็จรูปอัดเม็ด ใช้หว่านในอัตรา 0.5-1 กิโลกรัมต่อไร่ หรือในรูปแบบชนิดผงนำมาละลายน้ำแล้วฉีดพ่นในอัตรา 100 กรัมต่อไร่
ที่มาข้อมูล : กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว
คำเตือนและข้อควรระวัง
- ควรใช้ในกรณีที่มีการระบาดอย่างรุนแรง (จำนวนหอยเชอรี่ตัวเต็มวัย มากกว่า 2 ตัวต่อตารางเมตร) และควรใช้สารเพียงครั้งเดียวต่อ 1 ฤดูปลูก
- ใช้สารเคมีกำจัดหอยหลังปักดำหรือวันแรกที่เอาน้ำเข้านา ควรใช้ขณะที่มีน้ำอยู่ในแปลงนาสูงประมาณ 5 เซนติเมตร
- ควรใช้สารเคมีตามอัตราส่วนที่แนะนำเท่านั้น ไม่ควรใช้สารเคมีที่กรมการข้าวไม่แนะนำให้ใช้ในนาข้าว เช่น สารอะบาเม็กติน สารเอ็นโดซัลแฟน และสารฆ่าแมลงอื่นๆ
“การป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ให้ประสบผลสำเร็จนั้น ควรใช้วิธีการต่างๆ ผสมผสานร่วมกัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและส่งผลต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด การใช้สารเคมีเพียงอย่างเดียวจะทำให้การกำจัดไม่ได้ผล อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ดังนั้นการใช้สารเคมีควรใช้ในกรณีที่พบการระบาดอย่างรุนแรง และใช้ครั้งเดียวต่อ 1 ฤดู”