การเตรียมดินสำหรับ "นาดำ"
ก่อนการปลูกข้าวทุกครั้งเกษตรกรจะต้องทำการเตรียมดินก่อนปลูกในทุกรอบการปลูก เนื่องจากพื้นที่ปลูกและดินมีความสำคัญต่อการผลิตข้าวให้ประสบความสำเร็จ การเตรียมดินที่ดีควรทำให้พื้นที่ราบเรียบ สม่ำเสมอ ไม่เป็นแอ่งน้ำ เพื่อให้ต้นข้าวได้รับน้ำทั่วถึง ลดการระบาดของวัชพืช โรค เเมลงศัตรูพืช และเพื่อให้ต้นข้าวเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอกัน
ขั้นตอนการเตรียมดินสำหรับ “นาดำ”
“การทำนาดำ” คือการปลูกข้าวโดยการเพาะข้าวจากแปลงเพาะกล้ามาปักดำในแปลงปลูก ซึ่งต้องเตรียมพื้นที่ให้เป็นนาโคลนตม ซึ่งการทำนาดำเหมาะสำหรับในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง สามารถกักเก็บน้ำได้ดี โดยขั้นตอนการเตรียมดินมีทั้งหมด 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ (ข้อมูลจาก : มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ )
2. การไถดะ
เป็นการไถพลิกหน้าดินครั้งแรก ไถตามแนวยาวของพื้นที่ ช่วยพลิกดินชั้นล่างขึ้นมาสัมผัสอากาศ และเป็นการตากดินให้แห้ง เพื่อทำลายวัชพืชและโรคพืช ควรตากดินไว้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
2. การไถแปร
เป็นการไถครั้งที่สองโดยไถขวางแนวไถดะจะช่วยพลิกดินที่กลบไว้ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อย่อยดินให้มีขนาดเล็กลงและคลุกเคล้าฟางและวัชพืชลงไปในดิน
3. การไถคราด
เป็นการกำจัดเศษวัชพืชและย่อยดินให้มีขนาดเล็กลงอีก จนเหมาะแก่การเจริญของข้าว ทั้งยังเป็นการปรับระดับพื้นที่ให้มีความสม่ำเสมอ เพื่อสะดวกในการควบคุมดูแลการให้น้ำ
ข้อควรระวังในการเตรียมดิน
- ควรปล่อยให้ดินนาแห้งสนิท เป็นระยะเวลานาน 1-2 สัปดาห์ ถ้าดินเปียกติดต่อกันโดยไม่มีโอกาสแห้งจะเกิดการสะสมของสารพิษเช่น แก๊สไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) และกรดอินทรีย์เป็นต้น ซึ่งถ้าสารเหล่านี้มีปริมาณมากก็จะเป็นอันตรายต่อรากข้าวได้
- หลังการไถเตรียมดินควรหมักฟาง หญ้าและอินทรียวัตถุประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อให้สลายตัวสมบูรณ์ ทำให้ดินปรับตัวอยู่ในสภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของข้าว และสามารถปลดปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นออกมาให้แก่ต้นข้าว
- ดินกรดจัดหรือดินเปรี้ยวจัด มีค่า pH ต่ำกว่า 4.0 ควรขังน้ำไว้อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนปักดำข้าว เพื่อให้ความเป็นกรดของดินลดลงสู่สภาวะปกติและค่อนข้างเป็นกลาง ดินกลุ่มนี้ถ้ามีการขังน้ำตลอดทั้งปีหรือมีการทำนาปีละ 2 ครั้ง ก็จะเป็นการลดสภาวะความเป็นกรดของดินและการเกิดสารพิษลงได้
ก่อนการปลูกข้าว ไม่ว่าจะเป็นนาดำหรือนาหว่าน การเตรียมพื้นที่ปลูกให้เหมาะสมถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากช่วยปรับสภาพดินให้พร้อมต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว อีกทั้งยังช่วยลดการสะสมของโรคพืช แมลงศัตรูพืช และไข่แมลงที่อาจตกค้างอยู่ในดิน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น