Climate change เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยน “ข้าวไทยต้องปรับตัว”
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นความท้าทายสำคัญต่อระบบการผลิตข้าว ทั้งจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝน ภัยแล้ง น้ำท่วม และการระบาดของโรคและแมลงศัตรูข้าวที่ เปลี่ยนแปลง ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวน และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
1. อุณหภูมิสูงขึ้น/ลดลง: ระยะข้าวออกดอกคือ ระยะที่มีความอ่อนไหวสูงเนื่องจากเป็นช่วงที่เกิดกระบวนการปฏิสนธิ ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการติดเมล็ดและผลผลิต โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมในระยะนี้อยู่ที่ประมาณ 30–33 °C หากอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม อาจส่งผลให้ผสมเกสรไม่สมบูรณ์ เมล็ดลีบ และเกิดท้องไข่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จากการศึกษายังพบรายงานว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 °C อาจทำให้ผลผลิตข้าวลดลงได้ถึง 10% (Clermont-Dauphin et al. (2010)
2. ปริมาณน้ำฝนแปรปรวน: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อรูปแบบการตกของฝน ทำให้ฝนตกไม่สม่ำเสมอ ขาดช่วง หรือตกผิดฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อการวางแผนเพาะปลูกและปริมาณน้ำที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของข้าว โดยเฉพาะพื้นที่แห้งแล้งหรือกึ่งแห้งแล้งที่ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก
3. ภัยแล้งและปริมาณน้ำ: ปริมาณฝนที่ไม่สม่ำเสมอร่วมกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้น้ำระเหยจากดินและการคายน้ำของพืชเพิ่มขึ้น ทำให้ความชื้นในดินลดลงและน้ำไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของข้าว โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและอาจส่งผลให้ผลผลิตลดลงถึง 87% (Clermont-Dauphin et al. (2010)
4. ความเค็มของดินและน้ำ: ภัยแล้งและปริมาณน้ำฝนที่ลดลงอาจส่งเสริมการสะสมของเกลือในดิน และมีผลกระทบต่อการดูดน้ำและการดูดซับธาตุอาหารของข้าว ทำให้การเจริญเติบโตลดลงหรือชะงักงัน ให้ผลผลิตลดลงถึง 20% โดยระดับความเสียหายขึ้นอยู่กับระดับความเค็ม (Clermont-Dauphin et al. (2010)
5. โรคและแมลง: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการเจริญเติบโต การอยู่รอด และการแพร่ระบาดของเชื้อสาเหตุโรคพืช รวมถึงการเพิ่มจำนวนและการกระจายตัวของแมลงศัตรูข้าว สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอาจเอื้อต่อการเกิดโรคและการระบาดของแมลงบางชนิด ส่งผลให้ต้นข้าวเสียหาย ผลผลิตลดลง และอาจเพิ่มต้นทุนในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
เป้าหมายของการพัฒนาข้าว
- ทนแล้ง ทนร้อน และทนน้ำท่วม: เพื่อให้ต้นข้าวสามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ดี แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือแปรปรวนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ผลผลิตสูงและมีเสถียรภาพ: เพื่อให้พันธุ์ข้าวสามารถให้ผลผลิตสูงและสม่ำเสมอ แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
- ต้านทานโรคและแมลง: เพื่อช่วยลดความเสียหายจากโรคและแมลงศัตรูข้าว รวมถึงลดต้นทุนในการใช้สารเคมีและสารชีวภัณฑ์สำหรับการป้องกันและกำจัดโรคและแมลง
- อายุสั้น: เพื่อให้สามารถวางแผนและจัดการการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการปลูกข้าวได้หลายครั้งต่อปีตามความเหมาะสมของพื้นที่และแหล่งน้ำ
- ใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ: เพื่อให้ต้นข้าวสามารถใช้ทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น น้ำและปุ๋ย ได้อย่างคุ้มค่า พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิต
- คุณภาพเมล็ดดี: เพื่อรักษาคุณภาพเมล็ดข้าวทั้งด้านกายภาพและคุณภาพการหุงต้มและรับประทาน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงส่งผลต่อปริมาณผลผลิต แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของเมล็ดข้าวอีกด้วย
ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้
- ได้พันธุ์ข้าวที่ผลผลิตสูงและทนทานต่อสภาพแวดล้อม
- เกษตรกรมีรายได้มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- ลดการใช้ทรัพยากรและต้นทุนการผลิต
- สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
ที่มาข้อมูล : Clermont-Dauphin et al. (2010), IRRI. (2014).
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างชัดเจน ดังนั้น การพัฒนาหรือเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ความเค็ม อุณหภูมิสูง ภัยแล้ง และน้ำท่วม รวมถึงมีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าว จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสียหายจากการผลิตและเพิ่มความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต”