สถานีวิจัยรวมใจ พัฒนาความรู้

ความหอมของข้าวไทย

       ความหอมของข้าวไทย ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลัง ข้าวหอม      ที่หลายคนคุ้นเคยนั้นเกิดจากสารสำคัญที่ชื่อว่า 2-Acetyl-1-Pyrroline (2-AP) โดยให้กลิ่นคล้ายใบเตยหรือข้าวโพดคั่ว  จึงเกิดเป็นกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ใน ข้าวหอม นั่นเอง

ความหอมของข้าวไทย

      ความหอมของข้าวถือเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการกำหนดคุณภาพและราคาข้าว โดยข้าวหอมถูกจัดเป็นข้าวคุณภาพสูง (High quality) เนื่องจากได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก ตัวอย่างข้าวหอมที่นิยม เช่น ข้าวหอมมะลิ (Jasmine rice) และข้าวบาสมาติ (Basmati rice) ซึ่งกลิ่นหอมที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการผสมผสานของสารหอมระเหยมากมาย แต่สารที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยและนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวคือ 2-Acetyl-1-Pyrroline (2-AP)

สารให้ความหอม 2-Acetyl-1-Pyrroline (2-AP) 

 กลไกพันธุกรรมและการสังเคราะห์สาร 2-AP ใน ข้าวหอม

       ความหอมของข้าวถูกควบคุมโดยยีน badh2 บนโครโมโซมคู่ที่ 8 ซึ่งในพันธุ์ข้าวหอมได้เกิดการกลายพันธุ์ของยีน โดยลำดับเบสจำนวน 8 เบสบนเอกซอนที่ 7 ขาดหายไป จึงส่งผลให้เอนไซม์ betaine aldehyde dehydrogenase ทำงานไม่สมบูรณ์ จนเกิดการสะสมของสาร 2-AP ในปริมาณสูงขึ้น และก่อให้เกิดกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะใน “ข้าวหอม”

ปัจจัยที่มีผลต่อระดับ 2-AP ในข้าว

วิธีการประเมินความหอมของข้าว

ขอบคุณข้อมูลจาก :Verma et al., 2020

       จากข้อมูลที่กล่าวข้างต้นจะทราบว่า ข้าวหอม ไม่ได้สะท้อนแค่รสนิยมความชื่นชอบของผู้บริโภค แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพของพันธุ์ข้าว พันธุกรรม สภาพแวดล้อม การปลูก และการเก็บรักษา ฉะนั้นแล้วเมล็ดข้าวเล็ก ๆ เหล่านี้จึงซ่อนทั้งธรรมชาติและวิทยาศาสตร์เอาไว้พร้อมกัน และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ข้าวไทยมีเอกลักษณ์ด้านความหอม เป็นที่ยอมรับในระดับโลก