"ระยะการเจริญเติบโตของข้าว "
ข้าว Oryza sativa จัดอยู่ในสกุล Oryza วงศ์ Poaceae ซึ่งประกอบด้วยหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยเพื่อการบริโภคมากที่สุด คือ ข้าวหอมมะลิ และเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในอีกหลายประเทศ โดยข้าวมีวงจรชีวิตเฉลี่ย ประมาณ 100–120 วัน (ข้าวไม่ไวแสง) ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น ทั้งนี้ข้าวต้องการน้ำปริมาณมากตลอดช่วงการเจริญเติบโต และระยะการเจริญเติบโตของข้าว ใช้เวลาที่ต่างกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของข้าว คือ สภาพ-แวดล้อม พันธุกรรมข้าว และการจัดการ
ระยะการเจริญเติบโตของข้าวมีทั้งหมด 3 ระยะ ดังต่อไปนี้
ระยะที่ 1 การเจริญเติบโตทางลำต้น (Vegetative stage)
คือ ระยะที่ต้นข้าวมีการสะสมอาหารเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต และเก็บสะสมสารอาหารให้เพียงพอสำหรับการสืบพันธุ์ โดยสามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 3 ระยะ ดังต่อไปนี้
- ระยะงอก คือระยะที่มีรากอ่อนโผล่มาจากบริเวณจมูกข้าวเพื่อดูดน้ำไปเลี้ยงต้นอ่อน ใช้ระยะเวลาประมาณ 4-7 วัน หลังเพาะ
- ระยะกล้า คือระยะพัฒนาใบและราก โดยอาศัยอาหารจากเมล็ด เเละเมื่อมีใบที่ 3-4 ต้นกล้าจะเริ่มหาสารอาหารจากดินเอง
- ระยะแตกกอ หลังปักดำประมาณ 7-10 วัน ต้นกล้ามีการเเตกหน่อและยืดข้อปล้อง ทำให้ลำต้นสูงขึ้น
ระยะที่ 2 การเจริญเติบโตทางสืบพันธุ์ (Reproductive stage)
คือ ระยะที่มีความสำคัญต่อผลผลิตข้าว เนื่องจากหากเกิดการรบกวนของปัจจัยภายนอก เช่น แมลงศัตรูข้าว โรคข้าว หรือสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการผสมเกสร จะทำให้มีผลกระทบต่อการติดเมล็ดของข้าว สามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 4 ระยะ ดังต่อไปนี้
-
ระยะกำเนิดช่อดอก หรือ ระยะการสร้างรวงอ่อน โดยเมื่อข้าวอายุประมาณ 55-60 วัน จะพบช่อดอกสีขาวเล็ก ๆ บริเวณกาบใบธง
-
ระยะตั้งท้อง ช่อดอกที่กำเนิดขึ้นจะถูกพัฒนาให้พร้อมเต็มที่ก่อนออกรวง สังเกตบริเวณคอใบธง
-
จะพองขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าข้าวกำลังเข้าสู่ระยะตั้งท้อง
-
ระยะออกรวง รวงข้าวเริ่มแทงออกจากกาบใบธงเรื่อย ๆ ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน จึงโผล่เต็มรวง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพเเวดล้อมและสายพันธุ์ข้าวนั้น ๆ ด้วย
-
ระยะดอกข้าวบาน หลังจากข้าวออกรวงเต็มรวง 1-2 วัน ดอกข้าวจะเริ่มบานและเข้าสู่กระบวนการ ผสมเกสร โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจึงบานทั้งรวง
ระยะที่ 3 สุกแก่ (Ripening stage)
หลังจากการผสมเกสรเสร็จสิ้นแล้ว ข้าวจะเข้าสู่การสร้างเมล็ด สามารถแบ่งออกได้ทั้งหมด 3 ระยะ ดังต่อไปนี้
- ระยะเมล็ดน้ำนม เป็นระยะเริ่มต้นของการสร้างแป้งในเมล็ดข้าว แต่ยังมีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนม โดยระยะนี้ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้
- ระยะแป้งในเมล็ดแข็งตัว ของเหลวภายในเมล็ดข้าวเริ่มมีการจับตัวกันทำให้แป้งเเข็งตัวขึ้น ซึ่งระยะนี้จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของเมล็ด
- ระยะเมล็ดสุกแก่ คือระยะที่เมล็ดพัฒนาเต็มที่ เเละมีความเเข็ง เปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีฟาง โดยจะเกิดขึ้นประมาณ 28–35 วันหลังการผสมเกสร และเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยว
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของข้าว
สภาพเเวดล้อม
- เเสง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการการสะสมอาหารของข้าว ความเข้มแสงที่ไม่เพียงพอจะทำให้การสังเคราะห์แสงลดลง เช่นในช่วงวันที่สภาพอากาศมีฝนตก ฟ้าครึ้ม แสงแดดน้อย
- อุณหภูมิ ข้าวสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิเฉลี่ย 20-35 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิต่ำหรือสูงเกินไปจสร้างความเสียหายต่อต้นข้าว เช่น ข้าวไม่ติดเมล็ด การเจริญเติบโตชะงักลง หรือออกรวงช้า
- ปริมาณฝน ข้าวใช้น้ำตลอดการผลิต ดังนั้นปริมาณฝนจึงจำเป็นต่อพื้นที่ที่ไม่ใช่นาชลประทาน
- ลม ลมที่แรงเกินไปสร้างความเสียหายต่อต้นข้าวได้ อาจทำให้ต้นข้าวหักล้มผลผลิตลดลง
- ความยาวนานของวัน มีผลต่อการออกดอกของข้าว โดยข้าวไวแสงต้องปลูกในช่วงวันสั้นเพื่อให้ข้าวออกดอก
- ความชื้น ความชื้นในอากาศอาจทำให้เกิดน้ำค้างบนใบข้าวและทำให้เกิดใบไหม้ (blast)
พันธุกรรม
พันธุกรรมข้าวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นระยะการเจริญเติบโตของข้าวจึงต่างกันด้วย การเลือกสายพันธุ์ข้าวจึงต้องคำนึงถึงปัญหาในแต่ละพื้นที่ เช่น หากพื้นที่นั้นมีการระบาดของโรคและแมลง ควรเลือกพันธุ์ข้าวที่ต้านทานโรคและเเมลง
การจัดการ
การจัดการเป็นสิ่งสำคัญ ที่ส่งผลต่อระยะข้าวเช่นเดียวกัน
- ปุ๋ย ควรใส่ให้ตรงกับระยะความต้องการของข้าว
- น้ำ ควรจัดการให้ข้าวมีน้ำตลอดทั้งรอบการปลูก ไม่ควรปล่อยให้แห้ง
- วัชพืช ควรกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของโรคและแมลง
- ดิน ควรมีค่า pH ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของข้าว หากดินมีความเป็นกรดสูงให้ใส่ปูนขาวเพื่อปรับ pH ในดิน
- การดูเเล ควรหมั่นตรวจสอบการเข้าทำลายของโรคและแมลงศัตรูข้าว และดูแลอย่างสม่ำเสมอ